มาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่น

คู่มือมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น

  ดาวน์โหลด PDF คู่มือมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น
  ดาวน์โหลด PDF ลายมือชื่อรับทราบและยินยอมการปฏิบัติตามคู่มือมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น

บทนำ

บริษัท ไอเอฟเอส แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “ไอเอฟเอส”) เป็นหนึ่งในผู้นำ ด้านธุรกิจแฟคเตอริ่งของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งด้านความมั่นคงและคุณภาพของการบริการ บริษัทมีความมุ่งมั่นในการให้บริการทางการเงิน ซึ่งได้แก่ สินเชื่อแฟคเตอริ่ง ลิสซิ่ง/เช่าซื้อ และบริการตรวจสอบข้อมูลการค้า ไอเอฟเอส มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทต่อต้านการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบด้วยตระหนักดีถึงภัยร้ายแรงของการคอร์รัปชั่นที่ทำลายการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

คู่มือมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น (“คู่มือ”) ฉบับนี้ คือการปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นส่วนเพิ่มเติมของจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

หลักการและเหตุผล

  • ไอเอฟเอส มีอุดมการณ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี และจรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัท
  • ในปี พ.ศ. 2556 บริษัทได้ลงนามเข้าร่วมใน “แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการคอร์รัปชั่น” เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการต่อต้านคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีนโยบายการกำหนดความรับผิดชอบ แนวปฏิบัติ และข้อกำหนดในการดำเนินการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการคอร์รัปชั่นกับทุกกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทไอเอฟเอส แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

นโยบายการต่อต้านการคอร์รัปชั่น

วัตถุประสงค์
  • เพื่อแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นอย่างสิ้นเชิง (Zero-Tolerance Policy)
  • เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันมิให้บริษัท กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานของบริษัท ตลอดจนบุคคลอื่น (เช่น บุคคลที่สาม) ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับไอเอฟเอส ฝ่าฝืนกฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชั่น รวมถึงกำหนดขั้นตอนการสอบทาน และการกำกับดูแล เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้
คำนิยาม

การคอร์รัปชั่น (Corruption) หมายถึง การติดสินบนไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดๆ โดยการเสนอให้ การให้คำมั่นสัญญา การขอ การให้หรือการรับสินบน หรือการเรียกร้องผลประโยชน์เพื่อเป็นสิ่งจูงใจ (เช่น การให้ของขวัญหรือการบริการ การให้เงินสดหรือสิ่งของแทนเงินสด เงินให้กู้ยืม รางวัล ค่าตอบแทน การเลี้ยงรับรอง หรือผลประโยชน์อื่น) เพื่อให้บุคคลกระทำอย่างหนึ่ง อย่างใดที่ผิดกฎหมาย หรือขัดต่อศีลธรรมอันดี ตลอดจนการใช้อำนาจที่ได้มาโดยตำแหน่ง หน้าที่ และ/หรือการใช้ข้อมูลที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่การงานของบริษัทไปกระทำการใดๆ ที่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง และ/หรือผู้อื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน ทรัพย์สิน ผลประโยชน์อื่นใดที่ไม่เหมาะสมทางธุรกิจ หรือผลประโยชน์ใดโดยมิชอบแก่ตนเอง และ/หรือผู้อื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการกระทำใดๆ ที่ขัดหรือแย้งกับหลักจริยธรรม ยกเว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น หรือจารีตทางการค้าให้กระทำได้

ขอบเขต

ห้ามกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนของบริษัทไม่ให้เรียกร้อง ดำเนินการหรือยอมรับการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว เพื่อน และคนรู้จัก โดยครอบคลุมธุรกิจในทุกประเทศและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

บริษัทคาดหวังให้บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทอื่นที่บริษัทมีอำนาจในการควบคุม ตัวแทน และตัวกลางทางธุรกิจอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องหรือกระทำในนามบริษัทปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้

โครงสร้างองค์กรและความรับผิดชอบ

โครงสร้างคณะทำงานมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น

หน้าที่และความรับผิดชอบ
  1. คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่และรับผิดชอบในการพิจารณาและอนุมัตินโยบาย รวมถึงกำหนดให้มีระบบที่สนับสนุนการต่อต้านการคอร์รัปชั่นที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนของบริษัทได้ตระหนักดี และให้ความสำคัญของปัญหาที่เกิดจากการคอร์รัปชั่น
  2. คณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้
    • สอบทานรายงานทางการเงินและบัญชี ระบบการควบคุมภายใน ระบบตรวจสอบภายในและการบริหารความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงในอาจเกิดขึ้นจากการคอร์รัปชั่น เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทมีความรัดกุม เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามมาตราฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป
    • กำกับดูแลนโยบาย และมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทได้ปฏิบัติภาระหน้าที่ตามกฎหมาย และจริยธรรมที่กำหนดไว้
  3. ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารมีหน้าที่และรับผิดชอบในการกำหนดให้มีระบบ การส่งเสริม และการสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่น เพื่อสื่อสารไปยังพนักงานและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมทั้งทบทวนความเหมาะสมของระบบและมาตรการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ระเบียบ ข้อบังคับและข้อกำหนดของกฎหมาย
  4. ผู้ตรวจสอบภายใน หรือผู้ตรวจสอบภายในว่าจ้าง (outsourced) มีหน้าที่และรับผิดชอบในการตรวจสอบและสอบทานการปฏิบัติงานว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง ตรงตามนโยบาย แนวทางปฏิบัติ อำนาจในการดำเนินการ ระเบียบปฏิบัติ กฎหมาย และข้อกำหนดของหน่วยงานที่เข้าไปกำกับติดตาม เพื่อให้มั่นใจว่ามีระบบควบคุมที่มีความเหมาะสมและเพียงพอต่อความเสี่ยงจากการคอร์รัปชั่นที่อาจเกิดขึ้น
  5. พนักงาน จะต้องปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับนโยบายนี้ กรณีมีข้อสงสัยหรือพบเห็นการฝ่าฝืนนโยบายนี้ จะต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชา หรือผ่านช่องทางการรายงานที่กำหนดไว้ตามนโยบายการแจ้งการกระทำผิดและให้ความคุ้มครองผู้ร้องเรียน (Whistleblower Procedures) ของบริษัท

แนวทางการปฏิบัติ

  1. ไอเอฟเอส จะสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับเห็นความสำคัญและมีจิตสำนึก ในการต่อต้าน คอร์รัปชั่น รวมทั้งจัดให้มีการควบคุมภายในเพื่อป้องกันการคอร์รัปชั่น การให้หรือรับสินบน ในทุกรูปแบบ
  2. แนวปฏิบัติในการต่อต้านการคอร์รัปชั่นนี้ ครอบคลุมไปถึงกระบวนการบริหารงานบุคคล ตั้งแต่การสรรหาหรือการคัดเลือกบุคลากร การเลื่อนตำแหน่ง การฝึกอบรม การประเมินผลการปฏิบัติงานและการให้ผลตอบแทนแก่พนักงาน โดยกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ มีหน้าที่สื่อสารทำความเข้าใจกับพนักงานผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติในกิจกรรมทางธุรกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบ และควบคุมดูแลการปฏิบัติให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับแนวปฏิบัตินี้
  3. คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงมีความรับผิดชอบต่อการนำมาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่นนี้ไปปฏิบัติ อีกทั้งยังให้การยอมรับและปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่นนี้ด้วย
  4. คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานไอเอฟเอสทุกระดับ ต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นและจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท โดยต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องคอร์รัปชั่น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
  5. คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานไอเอฟเอสทุกระดับ ไม่พึงละเลยหรือเพิกเฉย เมื่อพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายการคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชา หรือบุคคลที่รับผิดชอบทราบ และให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ หากมีข้อสงสัยหรือข้อซักถามให้ปรึกษาผู้บังคับบัญชา หรือบุคคลที่กำหนดให้ทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการติดตามการปฏิบัติตามจรรยาบรรณของบริษัท ผ่านช่องทางต่างๆ ที่กำหนดไว้
  6. ไอเอฟเอส จะให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองพนักงาน หรือบุคคลอื่นใดที่แจ้งเบาะแสหรือหลักฐานเรื่องการ คอร์รัปชั่น ที่เกี่ยวข้องกับไอเอฟเอส รวมถึงพนักงานที่ปฏิเสธ ต่อการกระทำ โดยใช้มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการรายงานการคอร์รัปชั่น ตามที่กำหนดไว้ในนโยบายการรับข้อร้องเรียน (Whistleblower Policy)
  7. ผู้ที่กระทำการคอร์รัปชั่น ถือเป็นการกระทำผิดตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยที่กำหนดไว้ รวมถึงอาจได้รับโทษตามกฎหมาย หากการกระทำนั้นผิดกฎหมายด้วย
  8. ไอเอฟเอสตระหนึกถึงความสำคัญในการเผยแพร่ ให้ความรู้ และทำความเข้าใจกับบุคคลที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับไอเอฟเอส หรืออาจเกิดผลกระทบต่อบริษัทในเรื่องที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นฉบับนี้
  9. ไอเอฟเอส จะสอบทานแนวปฏิบัติและมาตรการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย และสภาพการดำเนินธุรกิจ

ข้อกำหนดในการดำเนินการ

  1. การดำเนินการใดๆ ตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น ให้ใช้แนวปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในคู่มือ จรรยาบรรณ และนโยบายของบริษัท ไอเอฟเอส แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี นโยบายและแนวปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ รวมทั้งระเบียบ และคู่มือปฏิบัติงานของบริษัท ไอเอฟเอส แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวทางปฏิบัติอื่นใดที่บริษัท ไอเอฟเอส แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จะกำหนดขึ้นต่อไป
  2. เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการในเรื่องที่มีความเสี่ยงสูงกับการเกิดการคอร์รัปชั่น พนักงานของไอเอฟเอสทุกระดับต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวังในเรื่องที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้

นโยบายให้การช่วยเหลือทางการเมือง

การช่วยเหลือทางการเมือง (Political Contributions) หมายถึง การให้การสนับสนุนทางการเงิน สิ่งของ และ/หรือการเข้าร่วมกิจกรรม ตลอดจนการส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองในนามของบริษัทเพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบทางธุรกิจการค้า ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการที่พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมตามสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล แต่จะต้องไม่แอบอ้างความเป็นพนักงาน หรือนำทรัพย์สิน อุปกรณ์ เครื่องมือใดๆ ของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการใดๆ ในทางการเมือง

ไอเอฟเอสมีนโยบายดำเนินธุรกิจอย่างเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ทางการเมืองหรือนักการเมืองมืออาชีพที่สังกัดพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง บริษัทจะไม่สนับสนุนทางการเงินหรือสิ่งของให้แก่พรรคการเมือง นักการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกทางการเมืองใดๆ ไปเพื่อเป็นการช่วยเหลือทางการเมืองตามความหมายในวรรคแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจให้กับบริษัท เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและต้องเป็นไปตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น และการที่พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมตามสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล จะต้องไม่แอบอ้างความเป็นพนักงาน หรือนำทรัพย์สิน อุปกรณ์ เครื่องมือใดๆ ของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการใดๆ ในทางการเมือง

แนวปฏิบัติ
  1. พึงหลีกเลี่ยงการเข้าไปรับหน้าที่เป็นตัวแทนพรรคการเมืองในกิจกรรมสาธารณะต่างๆ หรือเป็นสมาชิกขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หรือไม่แสดงด้วยวิธีใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าไอเอฟเอสเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนทางการเมืองหรือพรรคการเมือง
  2. พึงหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองในสถานที่ทำงานหรือในเวลาทำงานอันอาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางความคิด
  3. กรณีที่จะขอรับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทและต้องเป็นไปตามบทกฎหมายที่ให้กระทำได้จะต้องดำเนินการ ดังนี้
    • จัดทำแผนการจัดสรรงบประมาณในส่วนการช่วยเหลือทางการเมือง
    • ต้องกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกหรือคุณสมบัติของผู้รับความช่วยเหลือทางการเมือง
    • ต้องกำหนดหลักเกณฑ์ Authority Limit ในการอนุมัติเงินให้ความช่วยเหลือทางการเมือง
    • กรณีเบิกเงินภายหลังจากคณะกรรมการบริษัทมีการอนุมัติแล้ว จะต้องมีเอกสารประกอบการเบิกเงินดังกล่าว

การบริจาคเพื่อการกุศล

การบริจาคเพื่อการกุศล อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อบริษัท เนื่องจากกิจกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินโดยไม่มีผลตอบแทนที่มีตัวตน และอาจจะใช้เป็นข้ออ้างหรือเส้นทางสำหรับการคอร์รัปชั่น และเพื่อไม่ให้การบริจาคเพื่อการกุศลมีวัตถุประสงค์แอบแฝง ไอเอฟเอสจึงกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริจาคเพื่อการกุศล กระบวนการสอบทาน และรายละเอียดการควบคุมไว้ดังต่อไปนี้

  1. การบริจาคนั้นต้องพิสูจน์ได้ว่ามีกิจกรรมตามโครงการเพื่อการกุศลดังกล่าวจริง และมีการดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้วัตถุประสงค์ของโครงการประสบผลสำเร็จ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริงหรือเพื่อเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR)
  2. การบริจาคนั้นต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นไปเพื่อการกุศลดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ต่างตอบแทนให้กับบุคคลใด หรือหน่วยงานใด ยกเว้น การประกาศเกียรติคุณตามธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไป เช่น การติดตราสัญญลักษณ์ (Logo) การประกาศรายชื่อไอเอฟเอส ณ สถานที่จัดงาน หรือในสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
ขั้นตอนกระบวนการบริจาคเงินหรือสินทรัพย์
  1. หน่วยงานที่เสนอเรื่องพิจารณาว่าเป็นไปตามนโยบายบริษัทและมีงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติแล้วหรือไม่
  2. ตรวจสอบข้อมูลประกอบการบริจาค เช่น วัตถุประสงค์ชัดเจนหรือไม่ มีหน่วยงานที่มีที่อยู่ชัดเจน มีผู้ดูแลรับผิดชอบ
  3. หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับบริจาค (คณะกรรมการ CSR) นำเสนอเรื่องต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารเพื่ออนุมัติ
  4. ฝ่ายบัญชีจัดทำใบจ่าย/ใบสำคัญการโอนสินทรัพย์ เพื่อการบริจาค
  5. ฝ่ายการเงินส่งเช็คให้ผู้มีอำนาจลงนาม และติดตามหลักฐานการรับเงินที่ถูกต้อง
  6. ฝ่ายบัญชีเก็บข้อมูลเอกสารทั้งหมดเข้าแฟ้มเอกสาร สามารถสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลได้
แนวปฏิบัติ
  1. ก่อนทำการบริจาค ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท โดยจำนวนเงินหรือสิ่งของที่นำไปบริจาคควรมีราคาเหมาะสมในแต่ละโอกาส
  2. ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในกับหน่วยงานที่ได้รับบริจาคที่มีความเกี่ยวพันกับตนเอง เช่น ครอบครัว ญาติสนิท หรือที่ตนเป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วน
  3. มีหลักฐานอ้างอิง เช่น ใบเสร็จ รูปถ่ายของกิจกรรม
  4. เก็บรักษาหลักฐานการใช้จ่ายเพื่อสามารถเรียกตรวจสอบได้

เงินสนับสนุน

เงินสนับสนุน เป็นวิธีการประชาสัมพันธ์ทางธุรกิจของบริษัททางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากการบริจาคเพื่อการกุศล โดยอาจกระทำได้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อธุรกิจ ตราสินค้า หรือชื่อเสียงของบริษัท ซึ่งมีความเสี่ยงอยู่เนื่องจากเป็นการจ่ายเงินสำหรับการบริการหรือผลประโยชน์ที่ยากต่อการวัดผลและติดตาม เงินสนับสนุนยังอาจถูกเชื่อมโยงไปเกี่ยวกับการติดสินบน ไอเอฟเอสจึงกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเงินสนับสนุน กระบวนการสอบทาน และรายละเอียดการควบคุมไว้ดังต่อไปนี้

  1. เงินสนับสนุนนั้นต้องพิสูจน์ได้ว่าผู้ขอเงินสนับสนุนได้ทำกิจกรรมตามโครงการดังกล่าวจริง และเป็นการดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้วัตถุประสงค์ของโครงการประสบผลสำเร็จ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง หรือเพื่อเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR)
  2. เงินสนับสนุนนั้นต้องพิสูจน์ได้ว่าการให้เงินสนับสนุนหรือประโยชน์อื่นใดที่สามารถคำนวณเป็นตัวเงินได้ เช่น การให้ที่พักและอาหาร เป็นต้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ต่างตอบแทนให้กับบุคคลใด หรือหน่วยงานใด ยกเว้น การประกาศเกียรติคุณตามธรรมเนียมธุรกิจทั่วไป
  3. ในการเป็นผู้ให้เงินสนับสนุน จะต้องทำจัดทำใบบันทึกคำขอ ระบุชื่อผู้รับเงินสนับสนุนและวัตถุประสงค์ของการสนับสนุนพร้อมแนบเอกสารประกอบทั้งหมดเสนอให้ผู้มีอำนาจอนุมัติของบริษัทพิจารณาอนุมัติตามระดับอำนาจอนุมัติของบริษัท
ขั้นตอนกระบวนการจ่ายเงินหรือทรัพย์สินเพื่อการสนับสนุนกิจกรรมใดๆ
  1. หน่วยงานที่เสนอเรื่องพิจารณาว่าเป็นไปตามนโยบายบริษัทหรือไม่
  2. พิจารณาว่าการสนับสนุนเป็นไปตามธรรมเนียมธุรกิจหรือไม่
  3. ตรวจสอบข้อมูลประกอบการขอสนับสนุน เช่น วัตถุประสงค์ชัดเจนหรือไม่ มีหน่วยงานที่มีที่อยู่ชัดเจน มีผู้ดูแลรับผิดชอบ
  4. หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินการนำเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเพื่อทำการอนุมัติ
  5. ฝ่ายบัญชีจัดทำใบจ่าย/ใบสำคัญการโอนสินทรัพย์ เพื่อการสนับสนุนทางธุรกิจ
  6. ฝ่ายการเงินส่งเช็คให้ผู้มีอำนาจลงนาม และติดตามหลักฐานการรับเงินที่ถูกต้อง
  7. ฝ่ายบัญชีเก็บข้อมูลเอกสารทั้งหมดเข้าแฟ้มเอกสาร สามารถสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลได้
แนวปฏิบัติ
  1. ก่อนการสนับสนุนโครงการใดๆ ควรมีการตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท
  2. ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในกับหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนที่มีความเกี่ยวพันกับตนเอง เช่น ครอบครัว ญาติสนิท หรือที่ตนเป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วน
  3. ไม่ทำการสนับสนุนโครงการใดๆ ที่อาจทำให้เกิดผลประโยชน์ส่วนตน หรือเกิดอิทธิพลในการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่เป็นธรรมในการปฏิบัติหน้าที่
  4. เก็บรักษาหลักฐานการใช้จ่ายเพื่อสามารถเรียกตรวจสอบได้

ของขวัญ ค่าบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่น

บริษัทตระหนักดีว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี กับพันธมิตรทางธุรกิจเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของบริษัท พนักงานสามารถให้ หรือรับของขวัญ (Gifts) และ/หรือ ค่าบริการต้อนรับ (Hospitality) และ/หรือในรูปค่าใช้จ่ายอื่น (Others) แก่/จากบุคคลใดๆ ได้ หากเข้าเงื่อนไขทุกข้อ ดังต่อไปนี้

  1. ไม่เป็นการกระทำโดยตั้งใจ เพื่อครอบงำ ชักนำ หรือตอบแทนบุคคลใดๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบใดๆ ผ่านการกระทำไม่เหมาะสม หรือเป็นการแลกเปลี่ยนอย่างชัดเจนหรือแอบแฝงเพื่อให้ได้มาซึ่งการช่วยเหลือหรือผลประโยชน์
  2. เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  3. เป็นการให้ในนามบริษัท ไม่ใช่ในนามของพนักงาน
  4. ไม่เป็นของขวัญที่อยู่ในรูปของเงินสดหรือสิ่งเทียบเท่าเงินสด (เช่น บัตรของขวัญ หรือบัตรกำนัล)
  5. เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น การให้ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตรุษจีน หรือปีใหม่ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปกติ
  6. ประเภทและมูลค่ามีความเหมาะสม และมอบให้ถูกต้องตามกาลเทศะ เช่น ในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างจัดให้มีการประกวดราคา พนักงานจะต้องไม่รับของขวัญ หรือค่าบริการต้อนรับจากบริษัทที่เข้าร่วมการประกวดราคานั้นๆ
  7. ไม่เป็นการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ และ/หรือการคอรัปชั่นระหว่างหน่วยงานเอกชน
  8. เป็นการให้อย่างเปิดเผยไม่ปกปิด
  9. สำหรับการใช้จ่ายเพื่อการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ และการใข้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามสัญญาทางธุรกิจเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่ต้องใข้จ่ายอย่างสมเหตุสมผล
ขั้นตอนกระบวนการในการให้หรือรับของขวัญ
  1. หน่วยงานที่เสนอเรื่องพิจารณาว่าเป็นไปตามนโยบายบริษัทหรือไม่
  2. พิจารณาความเหมาะสมด้านปริมาณและคำนวนเป็นจำนวนเงินว่ามีความเหมาะสมหรือไม่
  3. หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินการนำเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเพื่อทำการอนุมัติ
  4. ฝ่ายบัญชีตรวจสอบเอกสารประกอบการทำใบสำคัญจ่าย
  5. ฝ่ายการเงินส่งเช็คให้ผู้มีอำนาจลงนาม และติดตามหลักฐานการรับเงินที่ถูกต้อง
  6. ฝ่ายบัญชีเก็บข้อมูลเอกสารทั้งหมดเข้าแฟ้มเอกสาร สามารถสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลได้
แนวปฏิบัติ
  1. ก่อนการรับหรือให้ของขวัญ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท โดยสิ่งของหรือของขวัญที่ให้แก่กันควรมีราคาไม่มากนักและเหมาะสมในแต่ละโอกาส
  2. ไม่รับหรือให้ของขวัญ/ของที่ระลึกในรูปเงินสด เซ็ค พันธบัตร หุ้น ทองคำ อัญมณี อสังหาริมทรัพย์ หรือสิ่งของทำนองเดียวกัน
  3. ไม่รับหรือให้ของขวัญ/ของที่ระลึกที่อาจทำให้เกิดอิทธิพลในการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่เป็นธรรมในการปฏิบัติหน้าที่
  4. เก็บรักษาหลักฐานการใช้จ่ายเพื่อสามารถเรียกตรวจสอบได้

การรับส่วนลดจากคู่ค้า

การรับส่วนลดจากคู่ค้าทั้งในรูปตัวเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีมูลค่า ควรเป็นไปตามหลักปฏิบัติทางธุรกิจปกติ โดยไม่มีวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่เหมาะสม

บริษัทและบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจ

บริษัทและบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจ ให้หมายความรวมถึงบริษัท ไอเอฟเอส แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และพนักงาน ผู้บริหาร คณะกรรมการ ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งที่เป็นรูปบุคคล ธรรมดา นิติบุคคล หรือ องค์กร หน่วยงานใด ๆ ซึ่งจะต้องมุ่งมั่น ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ เป็นธรรม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

การกู้ และการให้กู้ยืม การก่อภาระผูกพัน

บริษัทได้กำหนดขั้นตอนและนโยบายการกู้ยืม/การให้กู้ยืมเงิน และ การก่อภาระผูกพันระหว่างบริษัทกับบุคคลอื่นให้เป็นไปตามอำนาจดำเนินการของบริษัทและสอดคล้องกับกรอบรายการระหว่างกันที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท การคิดผลประโยชน์หรือดอกเบี้ยระหว่างกันควรเป็นไปอย่างเหมาะสมตามนโยบายของบริษัท

บริษัทไม่มีนโยบายเรียกหรือรับเสนอหรือให้ผลประโยชน์ทางการเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดแก่ผู้ใดหรือหน่วยงานใด เพื่อให้ได้มาซึ่งสัญญากู้เงิน หรือให้กู้เงิน หรือทำให้เกิดหรือหมดไปซึ่งภาระผูกพันบริษัทที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือจริยธรรมที่ดี

การจัดซื้อ จัดจ้างทั่วไป

การจัดซื้อทรัพย์สิน/วัสดุสำนักงาน รวมทั้งการจัดจ้างอื่นในการให้บริการ ทุกครั้งต้องนำเสนอให้ผู้บังคับบัญชาตามสายงานอนุมัติและควรระบุวัตถุประสงค์ของการจัดซื้อ/จัดจ้าง ในการอนุมัติให้เป็นตามอำนาจดำเนินการของบริษัท การจัดซื้อ/จัดจ้างที่มีมูลค่าสูงควรมีการเปรียบเทียบราคาจากผู้ขาย/ผู้ให้บริการรายอื่นด้วย และปฏิบัติด้วยความโปร่งใสเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

บริษัทไม่มีนโยบายเรียกหรือรับ เสนอหรือให้ ผลประโยชน์ทางการเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดแก่ผู้ขายหรือผู้ให้บริการ เพื่อที่จะรับทรัพย์สินหรือวัสดุอุปกรณ์ที่มีสภาพหรือคุณสมบัติไม่ได้มาตรฐานและไม่ตรงตามใบสั่งซื้อหรือเพื่อที่จะรับการบริการที่ไม่มีคุณภาพและไม่ตรงตามข้อตกลง ในกรณีที่พบเหตุการณ์ดังกล่าวให้แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบโดยทันที และหาทางแก้ไขร่วมกันรวมทั้ง พิจารณาไม่รับหรือชะลอการรับดังกล่าว หากจะทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทหรือคู่สัญญา

แนวปฏิบัติ
  1. ในการจัดซื้อ จัดจ้างต้องผ่านขั้นตอนตามระเบียบวิธีการและกระบวนการสรรหาจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยให้สอดคล้องกับอำนาจดำเนินการ
  2. ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในการจัดหากับคู่สัญญาที่มีความเกี่ยวพันกับตนเอง เช่น ครอบครัว ญาติสนิท หรือที่ตนเป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วน
  3. ไม่ใช้ข้อมูลที่ได้ทราบอันเนื่องมาจากการจัดหาเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

การปฏิบัติงาน งานทรัพยากรบุคคล ฝึกอบรม

บริษัทจะนำนโยบายฉบับนี้มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการบริหารงานบุคลากรของบริษัท ซึ่งรวมถึงการสรรหา การฝึกอบรม การประเมินผลงาน การให้ค่าตอบแทนและการเลื่อนตำแหน่ง

การประเมินความเสี่ยง

ผู้บริหารของบริษัทจะต้องจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง (CSA: Control Self Assessment) ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงอาจเกิดจากการหรือการคอร์รัปชั่นอย่างสม่ำเสมอ และทบทวนมาตรการจัดการความเสี่ยงที่ใช้อยู่ให้มีความเหมาะสมที่จะป้องกันความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

ช่องทางการร้องเรียน / แจ้งเบาะแส

สามารถดำเนินการได้ตามนโยบายการแจ้งการกระทำผิดและให้ความคุ้มครองผู้ร้องเรียนซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์

นโยบายการแจ้งการกระทำผิดและให้ความคุ้มครองผู้ร้องเรียน จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดให้มีกลไกสำหรับพนักงาน บริษัท ไอเอฟเอส แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ทุกคน ในการยื่นข้อร้องเรียน หรือรายงานถึงข้อกังวลใจ (“ข้อร้องเรียน”) เกี่ยวกับพฤติกรรมใดๆที่อาจก่อให้เกิดการกระทำที่ไม่เหมาะสมผิดจริยธรรม หรืออาจก่อให้เกิดการฝ่าฝืนกฎหมาย การประพฤติไม่เหมาะสมทางการเงินหรือการฉ้อโกง หรือสามารถรายงานเมื่อพบเห็นการกระทำผิดกฎหมาย หรือการกระทำผิดต่อนโยบายบริษัท

จุดมุ่งหมายของนโยบายนี้คือ เพื่อทำให้พนักงานเกิดความมั่นใจว่า ข้อร้องเรียนของตนจะได้รับการตอบสนองอย่างจริงจัง ข้อมูลการเปิดเผยตัวตนของพนักงานจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับขั้นสูงสุด และพนักงานผู้ร้องเรียนจะได้ไม่ต้องหวั่นเกรงต่อการตอบโต้ หรือการกระทำใดๆที่ไม่เป็นธรรม เช่น อาจถูกแก้แค้น หรืออาจถูกข่มขู่ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้พนักงานสามารถยื่นข้อร้องเรียน หรือรายงานข้อกังวลใจของตนได้ อีกทั้งบริษัทยังมีนโยบายที่จะไม่ลดตำแหน่ง ลงโทษ หรือให้ผลทางลบต่อพนักงานที่ปฏิเสธการคอร์รัปชั่น

นโยบายนี้ให้สิทธิกับพนักงานทุกคนของบริษัท ซึ่งครอบคลุมถึงพนักงานประจำ พนักงานที่ได้รับการว่าจ้างตามสัญญา รวมถึงพนักงานชั่วคราว

การรักษาความลับของข้อมูล

บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างสมเหตุสมผล เพื่อที่จะปกป้องและให้ความคุ้มครองต่อผู้ร้องเรียน

ทุกข้อร้องเรียนจะถูกเก็บเป็นความลับ การสอบสวนในทุกขั้นตอนจะถูกดำเนินการไปในลักษณะที่เป็นความลับ ดังนั้นข้อมูลจะถูกเปิดเผยได้เฉพาะเมื่อมีความจำเป็นสำหรับการสอบสวน หรือเมื่อมีการรวบรวมข้อเท็จจริงให้แก่ผู้รับข้อร้องเรียน หรือการให้ความร่วมมือใดๆที่เป็นประโยชน์ในทางกฎหมาย พนักงานคนใดที่ยื่นข้อร้องเรียนโดยสุจริตใจไม่ควรหวั่นเกรงต่อการตอบโต้ หรือการกระทำใดๆที่ไม่เป็นธรรม เช่น การแก้แค้น หรือการข่มขู่ เป็นต้น

ขั้นตอนในการปฏิบัติ

รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการยื่นข้อร้องเรียนและขั้นตอนการตรวจสอบ มีดังต่อไปนี้

(ก) วิธีการยื่นข้อร้องเรียน

  1. พนักงานสามารถยื่นข้อร้องเรียนได้โดยตรงด้วยตนเอง ด้วยวาจา หรือลายลักษณ์อักษร ผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ เช่น จดหมาย อีเมลล์ (E-Mail) หรือโทรศัพท์ หรือโดยไม่ระบุชื่อ (Anonymous Mail) ผ่านช่องทางการสื่อสารภายในองค์กร (Internal Mail) หรือช่องทางการสื่อสารทั่วไป (General Mail)
  2. พนักงานสามารถยื่นข้อร้องเรียนต่อผู้รับข้อร้องเรียน ได้ดังต่อไปนี้
    • ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
    • เลขานุการบริษัท
    • หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เลขานุการ และกำกับการปฏิบัติตามกฏเกณฑ์
    • หัวหน้าฝ่ายบุคคลและธุรการ
  3. หากข้อร้องเรียนเกี่ยวข้องกับผู้รับข้อร้องเรียนข้างต้น พนักงานอาจยื่นข้อร้องเรียนต่อบุคคลที่มีตำแหน่งสูงกว่า (อาทิ เช่น ประธานกรรมการตรวจสอบ)
  4. หากข้อร้องเรียนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทางการเงินหรือการฉ้อโกง (อันเกิดจาก เช่น การบันทึกบัญชีแบบซ่อนเงื่อนมีพิรุธ การควบคุมบัญชีภายใน หรือประเด็นต่างๆที่ตรวจพบจากการตรวจสอบ) พนักงานอาจยื่นข้อร้องเรียนต่อประธานกรรมการตรวจสอบได้โดยตรง

(ข) ขั้นตอนการตรวจสอบ

  1. ก่อนที่ผู้รับข้อร้องเรียนจะดำเนินการภายใต้นโยบายการแจ้งการกระทำผิดและให้ความคุ้มครองผู้ร้องเรียน ผู้รับข้อร้องเรียนจะต้องให้คำยืนยันต่อพนักงานผู้ร้องเรียนว่าจะไม่เปิดเผยตัวตนของผู้ร้องเรียน
  2. หลังจากที่ผู้รับข้อร้องเรียนได้ให้คำยืนยันต่อผู้ร้องเรียนแล้ว ผู้รับข้อร้องเรียนจะต้องจดบันทึกข้อร้องเรียนจากผู้ร้องเรียน เพื่อเป็นการรักษาความลับ และไม่เปิดเผยตัวตนของผู้ร้องเรียน ข้อร้องเรียนนั้นจะได้รับความคุ้มครองภายใต้การดูแลของผู้รับข้อร้องเรียน
  3. กรณีเป็นข้อร้องเรียนจากผู้ที่ไม่ระบุชื่อ การสอบสวนเกี่ยวกับข้อร้องเรียนนั้นจะถูกดำเนินการไปตามหลักฐานของข้อมูลหรือเอกสารที่มีอยู่เท่านั้น หากหลักฐานของข้อมูลหรือเอกสารที่ได้รับยังไม่เพียงพอ อาจเป็นผลทำให้การดำเนินการในขั้นตอนการสอบสวนไม่สามารถกระทำได้ หรืออาจทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  4. ผู้ที่ได้รับข้อร้องเรียนจะต้องแจ้งต่อหัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เลขานุการ และกำกับการปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ โดยทันที ว่าได้มีข้อร้องเรียนเกิดขึ้น เพื่อรวบรวมและบันทึกข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่เป็นไปตามนโยบายการแจ้งการกระทำผิดและให้ความคุ้มครองผู้ร้องเรียน และผู้ที่ได้รับข้อร้องเรียนจะต้องแจ้งต่อหัวหน้าฝ่ายบุคคลและธุรการ หรือเลขานุการบริษัทว่าได้มีการร้องเรียนเกิดขึ้น ยกเว้นข้อร้องเรียนนั้นจะเกี่ยวข้องกับบุคคลในฝ่ายบุคคลและธุรการ หรือเลขานุการบริษัท
  5. ผู้ที่ได้รับข้อร้องเรียน ควรปรึกษากับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (อย่างไรก็ตาม หากข้อร้องเรียนนั้นเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทางการเงินหรือการฉ้อโกงของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ที่ได้รับข้อร้องเรียนควรปรึกษากับประธานกรรมการตรวจสอบแทน) ซึ่งอาจดำเนินการโดย
    • แต่งตั้งทีมสอบสวนเพื่อตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริงของข้อร้องเรียน
    • กำกับดูแลและติดตามความคืบหน้าการดำเนินการโดยทีมสอบสวนที่แต่งตั้งขึ้น
    • กำหนดแผนที่จะใช้ในการปฎิบัติงาน
  6. เมื่อเสร็จสิ้นการสอบสวนและการประเมินผลแล้ว ทีมสอบสวนจะต้องรายงานต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือประธานกรรมการตรวจสอบ (ในกรณีที่ข้อร้องเรียนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทางการเงินหรือการฉ้อโกงของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือข้อร้องเรียนนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับคณะกรรมการตรวจสอบ) ถึงผลการสอบสวนและผลสรุป คำแนะนำให้มีการประพฤติหรือปฏิบัติตามแผนที่กำหนด (ตามความเหมาะสม) รวมถึงคำแนะนำเกี่ยวกับบทลงโทษและมาตราการแก้ไขปัญหาเพื่อปรับปรุงให้มีความเหมาะสมต่อไป (ถ้ามี)
  7. คำตัดสิน หรือการสั่งการโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือประธานกรรมการตรวจสอบในแต่ละข้อร้องเรียนควรจะดำเนินการไปตามความเหมาะสมในแต่ละกรณี ทั้งนี้ หากมีความจำเป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือประธานกรรมการตรวจสอบ อาจนำผลของการตัดสินใจเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติและนำไปสู่การปฏิบัติ
  8. พนักงานผู้ยื่นข้อร้องเรียนจะได้รับรายงานให้ทราบถึงผลของการสอบสวน
  9. วิธีการที่มีเหตุผลและมีความจำเป็นจะถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติต่อไป (ถ้าจำเป็น) เพื่อป้องกันพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฝ่าฝืนนโยบายบริษัทเพิ่มมากขึ้น

การเปิดเผยข้อมูล

คณะกรรมการทำหน้าที่ดูแลให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกันและน่าเชื่อถือ คุณภาพของรายงานทางการเงินเป็นเรื่องที่ผู้ถือหุ้นและบุคคลภายนอกให้ความสำคัญ คณะกรรมการจึงควรมั่นใจว่า ข้อมูลที่แสดงในรายงานทางการเงินมีความถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีที่เป็นอิสระ

การสื่อสาร

พนักงาน

พนักงานทุกคนในบริษัทจะได้รับการสื่อสารให้รับทราบนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่น รวมถึงการจัดให้มีการอบรมให้กับผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท เพื่อให้ตระหนึกถึงความสำคัญของนโยบายฉบับนี้ นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นรวมถึงการเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพิ่มเติมจะแสดงไว้ในเว็บไซต์ของบริษัท

ตัวแทน ตัวกลางทางธุรกิจ ผู้จัดจำหน่ายสินค้า/ผู้ให้บริการ และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง

บริษัทจะสื่อสารนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นให้แก่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทอื่นที่บริษัทมีอำนาจในการควบคุม ตัวแทน ตัวกลางทางธุรกิจ ผู้จัดจำหน่ายสินค้า/ผู้ให้บริการ ตลอดจนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องทราบ ตั้งแต่เริ่มต้นความสัมพันธ์ทางธุรกิจและในภายหลังตามความเหมาะสม โดยผ่านทางบอร์ดประชาสัมพันธ์ แผ่นพับ Website รายงานประจำปีหรือวิธีการอื่นๆ ทั้งนี้ บริษัทสนับสนุนให้ตัวแทน ตัวกลางทางธุรกิจ ผู้จัดจำหน่ายสินค้า/ผู้ให้บริการ และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องยึดมั่นในมาตรฐานการรับผิดชอบต่อสังคมเช่นเดียวกับบริษัท

การติดตามและทบทวน

ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและธุรการของบริษัทจะทบทวนคู่มือฉบับนี้ และเสนอให้คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ หากมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งกำกับ และติดตามการนำนโยบายฉบับนี้ไปปฏิบัติและให้คำแนะนำต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากต้องมีการปรับปรุงใดๆ ต้องดำเนินการโดยเร็วที่สุด

บทลงโทษ

บริษัทจะดำเนินการลงโทษทางวินัยแก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่ฝ่าฝืนการปฏิบัติตามคู่มือฉบับนี้รวมถึงผู้บังคับบัญชาโดยตรงที่เพิกเฉยต่อการกระทำผิดหรือรับทราบว่ามีการกระทำผิดแต่ไม่ดำเนินการจัดการให้ถูกต้อง ซึ่งมีบทลงโทษทางวินัยจนถึงขั้นให้ออกจากงาน และ/หรือ พ้นตำแหน่ง และ/หรือ ตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การไม่ได้รับรู้ถึงนโยบายฉบับนี้ และ/หรือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้ได้

แนวทางในการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่น

  1. การกำหนดสภาพแวดล้อมการควบคุมที่ดี มุ่งเน้นความสำคัญของกระบวนการกำกับดูแล กิจการที่ดีในทุกระดับ โดยครอบคลุมการกำหนดบทบาทความรับผิดชอบต่อการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่น และกำหนดหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณเพื่อเป็นแนวทางให้คณะกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงจัดให้มีช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีคอร์รัปชั่น อย่างเหมาะสม โดยผู้ร้องเรียนจะได้รับความคุ้มครอง
  2. การประเมินความเสี่ยงด้านการคอร์รัปชั่น มุ่งเน้นความสำคัญของกระบวนการบริหารความเสี่ยง เพื่อบ่งชี้ความเสี่ยงด้านการคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
  3. การกำหนดกิจกรรมการควบคุม มุ่งเน้นความสำคัญของกระบวนการควบคุมภายในและ การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งต่างๆ ของบริษัท เพื่อบริหารจัดการเกี่ยวกับ ความเสี่ยงด้านการคอร์รัปชั่น โดยมีการประเมินประสิทธิผลของการควบคุมภายใน เช่น สอบทานความ เหมาะสมของการควบคุมภายในของกระบวนการปฏิบัติงานที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งปรับปรุงกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งต่าง ๆ ของบริษัทให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถป้องกันและค้นหาการคอร์รัปชั่นได้อย่างทันท่วงที
  4. การสื่อสารไปยังผู้บริหารและพนักงาน รวมทั้งการสื่อสารภายนอกองค์กร มุ่งเน้น ความสำคัญของกระบวนการสื่อสาร และการบริหารบุคลากรเพื่อปลูกฝัง ถ่ายทอด และเสริมสร้าง จริยธรรม และจรรยาบรรณ และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหาร ความเสี่ยง และการควบคุมภายในเพื่อป้องกันการคอร์รัปชั่น
  5. การดำเนินการติดตาม มุ่งเน้นความสำคัญของกระบวนการตรวจสอบภายใน และการประเมิน ความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน รวมถึงการให้ความสำคัญ และสนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อช่วยในการตรวจสอบการคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง

คู่มือมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่นฉบับนี้ คณะกรรมการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เข้าใจและปฏิบัติตาม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของบริษัท ทั้งนี้ตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป